ลิเวอร์พูลเถลิงเเชมป์สมัยที่8 แม่นโทษชนะเชลซี ซิวแชมป์FA CUP ได้สำเร็จ…แชมป์ที่2ในฤดูกาลนี้ สร้างสถิติใหม่ๆมากมาย 

ลิเวอร์พูลเถลิงเเชมป์สมัยที่8 แม่นโทษชนะเชลซี ซิวแชมป์FA CUP ได้สำเร็จ…แชมป์ที่2ในฤดูกาลนี้ สร้างสถิติใหม่ๆมากมาย

วันที่14 พฤษภาคม 2065 เวลา 22.45น. สนาม เวมบลีย์ ศึกเอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งรายการนี้เป็นถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในเกาะอังกฤษ โดยเป็นการชิงแชมป์กันระหว่างเชลซีและลิเวอร์พูล โดยทั้งคู่เคยพบกันนัดชิงมาแล้วก่อนหน้านี้ในถ้วยคาราบาวคัพและเป็นหงส์แดงที่คว้าแชมป์ไปครองได้

ซึ่งผลการแข่งขัน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ดวลจุดโทษเอาชนะ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ไป 6-5 หลังเสมอใน 120 นาที แบบสุดมัน คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองเป็นสมัยที่ 8 

เริ่มเกม 5 นาทีแรก เป็นทาง ลิเวอร์พูล ที่ดูจะหวือหวากว่า เชลซี มีจังหวะทำเกมทะลุมาในพื้นที่สุดท้าย แต่ยังคมไม่พอ

ผ่าน 25 นาที ทั้งสองทีมเริ่มทำเกมผลัดกันสวนกลับ มีจังหวะยิงแต่ยังไม่คทพอจะเป็นประตู

ซาลาห์ เล่นไปได้แค่ครึ่งชั่วโมง มีอาการบาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวออก ส่ง ดิโอโก้ โชต้า ลงเล่นแทน

จบ 45 นาที โอกาศยิงทั้งสองทีมยังมีไม่มาก เชลซี ยังเสมออยู่กับ ลิเวอร์พูล 0 – 0

ผ่าน 60 นาที ก็ยังคงจบสกอร์กันได้ไม่คมพอทั้งคู่

จบ 90 นาที ยังทำอะไรกันไม่ได้ ต้องไปต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที

จบ 120 นาที เชลซี และ ลิเวอร์พูลทั้งคู่ดูป้อแป้ ไม่มีแรงกันแล้ว ทำไรกันไม่ได้ ต้องไปดวลจุดโทษตัดสินแชมป์

ดวลจุดโทษถึงคนที่ 7 เป็นฝั่ง ลิเวอร์พูล ที่ยิงได้คมกว่า เชลซี 6 – 5 คว้าแชมป์ FA CUP ไปครอง เป็นถ้วยที่สองของฤดูกาลนี้

…ซึ่งถ้วย FA Cup เป็นการแข่งขันฟุตบอลถ้วยที่ใช้การแข่งขันแบบแพ้คัดออก (น็อกเอาต์) ซึ่งจัดการแข่งขันโดยสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) เริ่มการแข่งขันเป็นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1872 ปัจจุบันมีสโมสรฟุตบอลเข้าร่วมทั้งสิ้น 762 ทีม ลักษณะของฟุตบอลเอฟเอคัพ จะมีสโมสรฟุตบอลหลายระดับร่วมการแข่งขัน โดยสโมสรในระดับล่างของฟุตบอลอังกฤษจะแข่งขันรอบคัดเลือกแบบแพ้คัดออกเสียก่อน ส่วนสโมสรในลีกระดับสูงจะเข้าร่วมแข่งขันในรอบหลัง ๆ เช่น สโมสรในลีกวันและลีกทูจะเข้ามาแข่งขันในรอบแรกเมื่อจบรอบคัดเลือก ในขณะที่สโมสรจากพรีเมียร์ลีกจะเข้ามาร่วมแข่งขันในรอบที่สาม จนเหลือผู้ชนะเพียงแค่ทีมเดียว นั่นก็คือแชมป์เปี้ยนนั่นเอง

…ซึ่งในปีล่าสุด2522นี้ หลังจากที่ทีมลิเวอร์พูลดวลจุดโทษชนะทีมเชลซีไปได้ 6-5 ทำให้ลิเวอร์พูลได้เเชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่8ครับ

 

ปีที่ลิเวอร์พูลชนะเลิศ (8): 1964–65, 1973–74, 1985–86, 1988–89, 1991–92, 2000–01, 2005–06, 2021–22

เราดูสถิติใหม่ๆที่เกิดขึ้นหลังเกมนัดชิงชนะเลิศ​เอฟเอ คัพ :

1 -​ เจอร์เก้น คล็อปป์ คือผู้จัดการทีมคนแรกในประวัติศาสตร์สโมสรลิเวอร์พูล ที่พาทีมคว้าแชมป์หลักครบทุกรายการ แชมป์พรีเมียร์ลีก, แชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก, แชมป์ลีค คัพ, แชมป์สโมสรโลก และสุดท้ายแชมป์ เอฟเอ คัพ

1 -​ เจอร์เก้น​ คล็อปป์​ คือผู้จัดการ​ทีม​ชาวเยอรมัน​คนแรกที่คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองได้สำเร็​จ

1 -​ จอร์แดน​ เฮ​น​เดอร์​สัน​ เป็นกัปตันทีมคนแรกในประวัติ​ศาสต​ร์สโมสร​ลิเวอร์พูล​ที่คว้าแชมป์รายการหลักกับทีมได้ครบทุกรายการ แชมป์​พรีเมียร์, แชมป์เปียน​ลีค, เอฟเอ คัพ, ลีค คัพ, ยูฟ่า ซุปเปอร์​ คัพ

2 – เจอร์เก้น คล็อปป์ คือผู้จัดการทีมคนที่สองในประวัติศาสตร์ฟุตบอล​ลีคอังกฤษ​ ต่อจากเซอร์อเล็กซ์​ เฟอร์กูสัน​ ที่พาทีมที่คุม(กับสโมสรเดียว)​คว้าแชมป์ได้ครบทุกรายการ แชมป์พรีเมียร์ลีก, แชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก, แชมป์ลีค คัพ, แชมป์เอฟเอ คัพ

2 -​ ลิเวอร์พูล​คว้าดับเบิ้ลแชมป์บอลถ้วยภายในประเทศ​(ลีค คัพและ เอฟเอ คัพ)​ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2000-01 ซึ่งปีนั้นพวกเขาคว้าแชมป์ถ้วยยุโรปด้วย (ยูฟ่าคัพ)

3 -​ เชลซีเป็นทีมแรกในประวัติศาสต​ร์​ฟุตบอล​อังกฤษ​ที่แพ้ในนัดชิงเอฟเอ คัพ 3 ปี ติดต่อกัน​ คือ 2019-20, 2020-21 และ 2021-22

3 -​ นี่เป็นเพียงครั้งที่ 3 เท่านั้นที่นัดชิงชนะเลิศ​เอฟเอ คัพ ที่เป็นการเจอกันของสองทีมในลีคสูงสุดต้องตัดสินหาผู้ชนะกันด้วยจุดโทษ​ 2004/05 อาร์เซน่อล​-แมนยู, 2005/06 ลิเวอร์พูล​-เวสแฮม​

8 -​ ลิเวอร์พูล​คว้าแชมป์​เอฟเอ คัพ มาครองได้เป็นครั้งที่ 8 ของสโมสร หลังจากรอคอยมา 16 ปี

10 -​ จอร์แดน​ เฮ​น​เดอร์​สัน​ เป็นผู้เล่นคนแรกที่ได้ลงเล่นนัดชิงชนะเลิศ​ในระยะที่ห่างกัน 10+ ปี 2011/12 แพ้เชลซี 1-2 และ ปี 2021-22 ชนะเชลซี​ จุดโทษ

เจอร์เก้น​ คล็อปป์ ได้กล่าวหลังเกมส์ว่า ” เราคือทีมที่มีหัวใจแกร่งดุจสัตว์​ประหลาด และก็มีสัตว์​ประหลาดที่มีหัวใจเป็นสีน้ำเงินด้วยเช่นกัน, แต่จุดโทษ​คือสิ่งที่ตัดสิน เชลซี​เล่นได้ดีมากในวันนี้ แต่สุดท้าย​ผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียว และนั่นก็คือเราในวันนี้ “

การคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ สมัยที่ 8 ของลิเวอร์พูลเมื่อคืนนี้ ทำให้พวกเขายังคงรักษาสถิติในการเป็นสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอังกฤษ , โดยพวกเขาชนะโทรฟี่สำคัญหลักไปทั้งหมด 45 ครั้ง ทิ้งห่างอันดับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ครองโทรฟี่แชมป์ทั้งหมด 42 ครั้ง

 

 #Liverpool fc 

#ลิเวอร์พูลเเชมป์เอฟเอคัพ2022 

#YNWN              

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

You may have missed